[TeacSu] Fic:Hello my love 07
posted on 24 Dec 2011 17:58 by junking-time2Pair: Teacyeon x Junsu
Part: hello my love 07
Song: 2pm -i can't
Writer: Jun2daking (่ีืjunking-time2)
“ตะ..แต่ว่าคุณจุนซู”
“ฉันบอกให้เธอเอามันทิ้งซะ ก่อนที่ฉันนั้นต้องจัดการกับเธอน่ะ” จุนซูเอ่ยอีกครั้งก่อนจะปิดหนังสือเล่มโปรดตรงหน้าด้วยความฉุนเฉียวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ไม่อยากแม้แต่จะเห็นมันอีกแม้แต่ครั้งเดียว....ไม่รู้ทำไมกัน ในใจที่ว้าวุ่นกับการกระทำที่แทคยอนไม่เคยปฎิบัติกับตนเองมาก่อน แล้วอย่างนี้ คิมจุนซู ควรจะทำอย่างไรกับความรู้สึกทีแปลกประหลาดเหล่านี้
เพราะว่า...น้อยใจน่ะหรือ?
“นายมันน่าสมเพช....คิมจุนซู” ริมฝีปากบางเอ่ยออกมา ดวงตาเรียวหรี่ลง....แต่จะมีใครล่วงรู้ว่าแววตานั้นกำลังเปลี่ยนไป
ราวกับคนละคน
อาจเป็นเพราะว่า...ไม่มีใครรู้จัก คิมจุนซูดีพอ แม้แต่คนเดียว
เวลาผ่านไป....ราตรีอันเงียบสงัด ไม่มีแม้แต่ดวงดาวส่องแสง มีเพียงแสงจากดวงจันทร์สีนวลทอดแสงลงมาอย่างโดดเดี่ยว
รถออดี้คันหรูของแทคยอนเคลื่อนตัวสู่ตัวบ้าน โคมไฟเสาริมสนามหญ้าสวนหย่อมส่องสว่างไปตามถนนที่ทอดยาวไปยังตัวบ้านที่ในตอนนี้ มีแต่เพียงความเงียบสงบ
ร่างสูงก้าวลงจากตัวรถ กวาดสายตาไปรอบๆบริเวณ ก่อนก้าวเข้าไปยังตัวบ้าน ที่ไม่มีแม้แต่แสงไฟซักดวง...
ในใจที่ว้าวุ่น กังวล กับสิ่งต่างๆและหวังไว้อย่างลึกๆว่า จะพบร่างบางนอนหลับใหลอยู่บนเตียงกว้างของตนเหมือน อย่างเคย
‘ความว่างเปล่า...’
สิ่งแรกที่พบหลังจากเปิดประตู้ห้องนอนเข้ามา เตียงสีขาวสะอาดตา หมอนและผ้าห่มถูกจัดเรียงไว้อย่างดีไม่มีแม้แต่ร่องรอยบนเตียงที่แสดงว่ามีใครเคยนอนอยู่หรือไม่
ทันทีที่เห็นหัวใจของแทคยอนบีบรัวจนแทบจะหยุดเต้น สาวเท้าอย่างรวดเร็วเดินไปเปิดในห้องน้ำดูเผื่อว่าจะพบจุนซูอยู่ด้านใน แต่ก็ต้องพบกับผิดหวัง...
จุนซูคงจะไปแล้วจริงๆ ผิดก็ที่ตน....ที่ทำอะไรไม่รู้จักคิด
จุนซูคงไม่รู้....ว่าทำไม เค้าถึงไม่ชอบต๊อกโบกี แล้วเราทำอย่างนั้นไปเพื่ออะไรกัน ป่านนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง?
มือของแทคยอนรีบคว้ากุญแจรถบนโต๊ะที่วางเอาไว้ ก่อนวิ่งลงไปยังรถที่จอดอยู่ที่ชั้นล่างแทบในทันที...จุนซูจะช้ำใจอีกไม่ได้ คนที่อ่อนแอภายในแบบจุนซู....น่าเป็นห่วงที่สุด
กลัวเหลือเกิน....กลัวว่าจุนซูคนเดิมจะกลับมา
ไร้เสียงตอบรับจากปลายสายดังที่คาดไว้.....จุนซูไม่ได้แค่เพียงปิดโทรศัพท์ แต่ยิ่งกว่า.....จุนซูยกเลิกหมายเลขบริการโทรศัทพ์ของตัวเอง
ไม่รอให้เครื่องตอบรับอัตโนมัติพูดจบ แทคยอนตัดสายก่อนจะต่อไปยังจุนโฮแทบในทันที....ความหวังสุดท้าย
เสียงรอสายของจุนโฮมันเหมือนเนิ่นนาน ราวกับให้เวลาทำใจ....ถ้าหากว่าจุนซูไม่ได้อยู่กับจุนโฮ แล้วจะทำยังไงดี?
“สวัสดีครับ?” เสียงจุนโฮจากปลายสายตอบกลับมา
“จุนซูอยู่ที่นั่นรึเปล่า?”
“อ้าว! พี่แทคหายไปนานเลย พี่จุนซูไม่ได้อยู่กับผมครับ”
“......”
“ว่าแต่มีอะไรหรือเปล่า ทำไมพี่จุนซูไม่ได้อยู่ที่บ้านหรือครับ?”น้ำเสียงของจุนโฮที่ตอบกลับฟังดูตกใจ
“เราทะเลาะกันนิดหน่อย แต่พี่หาจุนซูไม่เจอตอนกลับบ้านมา เลยคิดว่าอยู่กับนาย”
“เดี๋ยวผมจะลองโทรเช็คที่บ้านใหญ่ให้ดูครับ ผมว่าพี่จุนซูคงไม่ไปไหนไกลหรอกครับ”
“ได้เรื่องยังไง โทรมาบอกพี่ด้วยน่ะจุนโฮ” แทคยอนเอ่ยตอบไป ก่อนวนรถมุ่งหน้าไปยังบ้านใหญ่ของจุนซูแทบในทันที
ไม่มีซักครั้งหรือ...ที่คนคนนี้ จะมีความสมหวังในเรื่องของหัวใจแบบนี้บ้าง
ทั้งๆที่หัวใจดวงนี้ พยายามเปิดรับแล้วก็ตาม
จางอูยอง? เขาผู้นี้คงเป็นคนที่มีอิทธิพลกับหัวใจนายมากกว่าฉันใช่หรือเปล่าแทคยอน....
ไม่ได้โกรธที่นายไม่กินอาหารที่ฉันทำให้นายอย่างตั้งใจ....นายอาจมองเป็นเรื่องไร้สาระ แต่มันก็เพื่อนาย
คิดเสมอ....ว่านายคงเหนื่อยกับงานมากมาย
คิดเสมอ....ว่านายคงหิวเพราะไม่มีแม้แต่เวลาที่จะกินอาหารกลางวัน
คิดเสมอ....ว่านายคงจะเหนื่อยใจกับการกระทำของฉันมากใช่หรือเปล่า?
แต่หากจะให้แสดงออกมา....ในแบบที่คนอื่นทำ ฉันก็คงทำไม่ได้ ก็เพียงทำได้เพียงอาหารที่คิดว่านายชอบ และจะมีความสุขกับรสชาติของมัน แต่....นายกลับทำกับฉันแบบนี้น่ะหรือ?
นายลุกออกจากโต๊ะอาหารทั้งๆที่ยังไม่ได้แตะอะไรด้วยซ้ำ
นายกลับลงมาจากห้องแล้วก็ขับรถออกไปโดยไม่มีแม้แต่คำบอกลา ไม่มีแม้แต่การถามไถ่
ในเมื่อแบบนี้....ฉันไม่ต้องการที่จะเคียงข้างนายและเจ็บปวด ไม่ต้องการ.....
รถสีขาวคันหรูของจุนซูมุ่งตรงไปยังที่ๆทุกคนคงไม่นึกถึง.....สนามบินนานาชาติอินชอน อาคารผู้โดยสาร ระหว่างประเทศ
การแต่งงานครั้งนี้คุณย่าของเขาคงลืมไปว่า ก่อนหน้านั้นตนตั้งใจจะไปเรียนต่อที่สวิส....เอกสารทุกอย่างพร้อม แต่กำหนดการที่วางไว้ปีหน้า ยังไม่มาถึง แต่จะเป็นไรไป หากว่าจะเลื่อนมันเข้ามาเป็นวันนี้....
ถึงแม้ว่าจะรู้สึกไม่สบาย เพราะเหมือนกับว่า อาการไมเกรนของตนได้กลับมากำเริบอย่างไม่มีสาเหตุ ราวกับว่า...ไม่ต้องการให้เดินทางเสียอย่างนั้น แต่ไม่ว่ายังไงก็อยากจะไปจากที่นี่อยู่ดี....
จุนซูลากกระเป๋าเดินทางที่มีเพียงข้าวของที่จำเป็น เดินตรงไปเช็คอินของช่อง สายการบินSWISS INTERNATIONAL AIRLINES แต่อาการปวดหัวก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น
คิ้วคู่สวยขมวดเข้าหากัน มือเรียวยกขึ้นกุมบริเวณขมับข้างขวาเพราะอาการปวดศีรษะจนแทบระเบิด ร่างบางหยุดยืนอยู่ตรงบริเวณโถงผู้โดยสาร เพื่อที่จะทรงตัวให้ยืนอยู่ได้ แต่ทว่า...ร่างกายก็ยังคงฝืนต่อไปไม่ไหว ล้มลงแทบในทันที แต่กลับมีอ้อมแขนปริศนารวบตัวของจุนซูได้ทันก่อนจะล้มลง
“คุณครับเป็นอะไรหรือเปล่า?”
จุนซูที่ก้มหน้าอยู่เงยขึ้นมาตามเสียงเรียก....ก่อนจะสบตาเข้ากับดวงตาคู่สวยที่แสนคุ้นเคย เมื่อนานมากแล้ว...
“นิชคุณ!”จุนซูเอ่ยขึ้นทันทีที่เห็นใบหน้าของชายคนนี้ ความทรงจำอันแสนปวดร้าว เริ่มแล่นเข้ามาเป็นฉากเหมือนในละคร ทั้งๆที่อยากลืม
อาการปวดหัวที่เป็นอยู่ก็ยิ่งเพิ่มความรุนแรงขึ้น จนในที่สุด สติสุดท้ายที่หลงเหลือไว้ก็หลุดลอยไป จดจำไว้เพียงเสียงเรียกสุดท้าย ของ นิชคุณ....
จุนซู!อย่างเพิ่งเป็นอะไรน่ะ!!
เปลือกตาเรียวกระพริบถี่ๆเพื่อปรับให้นัยน์ตาคุ้นกับแสงภายนอก ความรู้สึกปวดศีรษะยังไม่หายไป แต่เพียงทุเลาอาการลงได้บ้าง แต่คงเป็นเพราะมีเรื่องมากมายให้คิดสมองเลยไม่สบายเหมือนอย่างเคย
เพดานสีครีมอ่อนปรากฏเข้ามาในกรอบสายตาทันทีที่ลืมตาขึ้น...แต่มันช่างไม่คุ้นเคยเอาเสียเลย
ครั้งสุดท้ายจำได้ว่าตนกำลังจะเดินทางไปที่สวิสเซอร์แลนด์เพื่อหนีความวุ่นวาย แต่เป็นเพราะปวดหัว...ตนคงจะมาอยู่ในห้องพักของสนามบิน แต่ว่า....คนที่ช่วยเราคือ?
ภาพสุดท้ายของนาทีที่ร่างบางล้มลงหมดสติในอ้อมแขนของบุคคลปริศนาถูกฉายซ้ำขึ้นมา ใบหน้าหวานดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้น ตนยังจำได้ดี...
“นิชคุณ!!!” จุนซูเอ่ยพึมพำก่อนจะเหลือบมองไปรอบๆตัว ห้องสีครีม ภายในห้องตกแต่งด้วยเครื่องไม้โอ๊คสีเข้ม เข้าชุดราคาแพง โคมไฟทองเหลืองที่แต่ละมุมห้อง ก่อนจะสะดุดสายตาเข้ากับกรอบรูปไม้สีขาวที่แขวนอยู่บนผนัง...หากแต่จะไม่ตกใจเอาเสียเลยถ้ามันไม่ใช่
รูปของนิชคุณ!!!!!
นี่มันคงไม่ใช่ห้องพักของสนามบินอย่างที่ตนคิดไว้เป็นแน่.....
สมองแทบจะสั่งการในทันที....อยู่ที่นี่ไม่ได้!!
เมื่อตั้งสติได้จุนซูค่อยๆลุกขึ้นจากเตียงนอนกว้างก้าวลงอย่างระมัดระวัง และพยายามทรงตัวแล้วก้าวเดินไปยังประตูมือคว้าลูกบิดแต่ประตูดันเปิดออกทั้งๆทียังไม่ได้ออกแรงบิดเลยซักนิดเดียว...
ประตูที่ถูกเปิดออกโดยบุคคลจากภายนอกเผยให้เห็น ร่างที่คุ้นตา...ดวงหน้าอันหล่อเหลา ดวงตาสีน้ำตาลอำพัน ที่จ้องมองกลับมา ทำให้จุนซูหัวใจเต้นแรง ก่อนคนตรงหน้าจะเอ่ยทักทาย
“จุนซู รู้สึกดีขึ้นแล้วหรือยัง?”
ริมฝีปากบางของจุนซูเปิดค้างไว้ ตวงตาเรียวจ้องร่างสูงไม่กระพริบ แต่คำตอบที่เรียบเรียงไว้ถูกกลืนหายไปแทบในทันที เมื่อคนตรงหน้า โอบกอด …..ใบหน้าเรียวของจุนซูแนบลงกับหน้าอกกว้าง ฟังเสียงหัวใจของนิชคุณที่เต้นรัวไม่แพ้ของตนเอง
มือของนิชคุณลูบเส้นผมอ่อนนุ่มของจุนซูเบาๆ ใบหน้าคมซุกลงที่บ่าของร่างบาง ลำแขนแกร่งกอดเกี่ยวเอวของจุนซูไว้ราวไปโหยหามานานแสนนาน
“ทำไม....ปล่อยให้ตัวเองอ่อนแอแบบนี้น่ะจุนซู” น้ำเสียงอ่อนโยนที่คุ้นเคย เอ่ยถามขึ้นอย่างเจ็บปวด....น้ำตาไหลออกมาจากดวงตาเรียวของจุนซูไม่ขาดสาย
“พี่ไปอยู่ที่ไหนมา....พี่ทิ้งผมเอาไว้กับอดีตอย่างนี้ได้ยังไง”
“พี่ขอโทษ....ตอนนั้นพี่ไม่อยากทำให้นายเจ็บปวด ให้โอกาสพี่น่ะจุนซู” แรงสะอื้นของจุนซูทำเอาร่างสูง ยิ่งกอดร่างตรงหน้าให้แน่นขึ้น ก่อนจะจูบลงที่ขมับร่างบางเบาๆ
ต่างคนต่างเจ็บปวดด้วยกันทั้งคู่.....ความทุกข์ที่พยายามฝังกลบลงไปในก้นบึ้งของจิตใจ ตอนนี้กลับถูกขุดขึ้นมาอีกครั้ง ตอนนี้มันย้อนกลับมา....แล้วควรจะทำอย่างไรดี?
เช้ามืดฟ้าสลัว พระอาทิตย์เริ่มโผล่ขึ้นพ้นขอบฟ้า ในบ้านหลังใหญ่ที่แสนเงียบงัน แทคยอนกำลังจ้องมองห้องอาหารที่ว่างเปล่า.... ร่างที่คุ้นตาที่คอยทำอาหารให้ทุกเช้าก่อนไปทำงาน....ไม่มีอีกแล้ว
กาแฟแก้วเดิม แต่รสชาติกลับไม่ใช่
จุนโฮโทรกลับมาเมื่อหลายชั่วโมงก่อน....บอกว่าจุนซูไม่ได้กลับไปที่บ้าน แม้แต่คอนโดของจุนโฮจุนซูก็ไม่ได้ไป ร่างกายของแทคยอนเริ่มอ่อนล้า เนื่องจากขับรถตามหาจุนซูตลอดทั้งคืน แต่มันก็ไม่ได้ทำให้สามารถนอนหลับได้เลยในตอนนี้
รอ....คำๆเดียวที่แทคยอนสามารถบอกตัวเองได้ บางที จุนซูอาจจะกลับมาในไม่ช้า หรือไม่ ก็รอเวลาให้ครบกำหนดเพื่อที่จะสามารถแจ้งตำำรวจได้
ติ๊ดๆๆๆ ติ๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆ ติ๊ดๆๆๆๆๆๆ เสียงโทรศัพท์มือถือแทคยอนดังขึ้น ปรากฎหมายเลขโทรศัพท์ของเลขา...
"ครับ คุณเฟย"
"ดิฉันโทรมาเตือนเรื่องการประชุมผู้ถือหุ้นรายใหม่เวลา8โมงเช้าวันนี้ค่ะ พอดีเห็นท่านยังไม่เข้าออฟฟิศมา"
แทคยอนเหลือบมองนาฬิกาเรือโตบนผนัง ที่เข็มบอกเวลาชี้ว่า....อีกครึ่งชั่วโมง จะเป็นเวลาประชุม
"ประชุมครั้งนี้ คุณสามารถยกเลิกมันให้ผมได้มั้ย"
"เกรงว่า จะไม่ได้ค่ะท่าน การประชุมครั้งนี้สำคัญต่อสถานะของบริษัทเรามากเลยค่ะ แต่ดิฉันสามารถเลื่อนประชุมเป็นช่วงบ่ายได้น่ะค่ะ"
"งั้นเลื่อนไปเป็นช่วงบ่าย เพราะผมติดธุระ"แทคยอนเอ่ย ก่อนวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ ถอนหายใจเบาๆ
ในความเป็นจริง เขาสามารถเข้าประชุมได้ในเวลานี้....เพียงแต่ เขายังไม่พร้อม จะให้เข้าประชุมทั้งๆที่จุนซู อยู่ในอันตรายหรือไม่ก็ยังไม่รู้ เขาจะมีกะจิตกะใจเข้าประชุมสำคัญอย่างนี้ได้อย่างไรกัน
ถึงแม้บริษัทจะล้มละลาย....แต่ถ้าไม่มีนาย ฉันก็ไม่รู้จะอยู่ไปเพื่ออะไรเหมือนกัน
1:00 PM
ในห้องประชุมใหญ่ของบริษัท ผู้บริหารระดับสูงทุกคนนั่งกันอย่างพร้อมเพรียง ตัวแทนบริษัทในเครือต่างๆเริ่มเข้าประชุมครบแล้ว แทคยอนเดินเข้ามานั้งที่หัวโต๊ะประชุมตำแหน่งประธานบริษัทเป็นคนสุดท้าย เลขายื่นแฟ้มเอกสารให้แทคยอนสองสามเล่มเพื่อรอการตัดสินใจในที่ประชุม
"ครบแล้วหรือยังครับ? จะได้เริ่มประชุม" แทคยอนเอ่ยขึ้น ก่อนละสายตาจาแฟ้มเอกสารในมือมองไปรอบๆ
"ยังขาดตัวแทนผู้ถือหุ้นรายใหม่อีกรายครับ"ผู้บริหารฝ่ายการตลาดเอ่ยขึ้น
"ใคร?"
ก่อนที่จะมีใครตอบคำถามของแืทคยอน ประตูห้องประชุมก็ถูกปิดออก ปรากฎผู้มาเยือนรายใหม่....
"ขอโทษที่มาช้าครับ พอดีติดธุระ....ผมจางอูยอง ผู้ถือหุ้นรายใหม่"
ดวงตาของแทคยอนเบิกกว้าง กำแฟ้มเอกสารในมือแน่น....
ทำไม.....คนคนนี้ถึงมาอยู่ที่นี่ได้?
fan talk : ขอเวิ่นนนนนนนน~
มาอัพแร้ววววววววววววววววว~ ทุกคนคงชินว่าไรท์เตอร์อัพช้าเป็นกิจวัตรอยู่แล้ว
อัพก่อนคืนข้ามปีเลยทีเดียว 5555555
เรื่องราวชักเข้มข้น(งุนงง)มากขึ้นแล้วน่ะฮร้าาาาาาาา~ โจทย์เก่าโผล่มาทีละคนสองคน....อุแหม่~
รอติดตามตอนต่อไปน่ะค่ะ รับประกันความมันส์
คอมเม้นต์พรีส!!!!
เอาเยอะๆน่ะค่ะ
จะได้มีกำลังใจแต่งตอนต่อไป : )
สุดท้ายนี้~ ส่งท้ายปีเก่า และสุขสันต์วันปีใหม่ 2012
มาดูกันว่าปีนี้โลกจะแตกอะป่าวววววววว~
รักทุกคนค่ะ~




ตัวอย่างเหรอคะ
จะรอติดตามนะ
คิดถึงเรื่องนี้มากๆ
#1 By 9 (118.173.162.40) on 2011-12-28 13:00